การเลือกหมวกกันน็อคไม่ควรดูแค่ลายสวย ราคา หรือแบรนด์ที่ชอบเท่านั้น เพราะหมวกกันน็อคที่ดีต้องพอดีกับศีรษะ เหมาะกับสไตล์การขี่ และสวมใส่ได้ถูกต้องทุกครั้งที่ใช้งาน
หลายคนซื้อหมวกกันน็อคจากไซซ์ที่คิดว่าใช่ พอใช้งานจริงกลับเจอปัญหาหมวกกดหน้าผาก ขยับเวลาเบรก เสียงลมดัง หรือใส่นานแล้วปวดหัว ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการเลือกไซซ์และทรงหมวกที่ยังไม่เข้ากับศีรษะ รวมถึงการรัดสายคางที่ยังไม่ถูกต้อง
บทความนี้ HACHI RIDER PROSHOP จะพาไปรู้จักวิธีเลือกหมวกกันน็อคให้เหมาะกับตัวเอง ตั้งแต่การวัดรอบศีรษะ การลองสวม การตรวจฟิตติ้ง ไปจนถึงวิธีใส่หมวกให้ปลอดภัยมากขึ้นในการขับขี่จริง
ทำไมการเลือกหมวกกันน็อคให้พอดีถึงสำคัญ
หมวกกันน็อคมีหน้าที่ช่วยลดความเสี่ยงจากแรงกระแทกบริเวณศีรษะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การเลือกหมวกที่หลวมเกินไปหรือรัดสายคางไม่แน่นพอ อาจทำให้หมวกขยับ หลุด หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่ควรปกป้องศีรษะได้เต็มที่
สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนเลือกหมวกกันน็อค คือความพอดีของหมวกไม่ได้ขึ้นอยู่กับรอบศีรษะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับรูปศีรษะ ฟิตติ้งภายใน และความรู้สึกตอนสวมจริงด้วย
ควรเลือกหมวกที่มีลักษณะดังนี้
กระชับกับศีรษะและแก้มอย่างสม่ำเสมอ
ไม่หลวมจนขยับง่ายเวลาเบรกหรือหันหน้า
ไม่กดเจ็บเฉพาะจุด เช่น หน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย
เมื่อรัดสายคางแล้ว หมวกควรอยู่กับศีรษะอย่างมั่นคง
ใส่แล้วรู้สึกแน่นพอดี ไม่ใช่แน่นจนปวดหรือชา
หมวกที่เหมาะกับเรา ควรให้ความรู้สึกมั่นคงตั้งแต่ตอนลองสวมครั้งแรก และยังต้องสวมใส่ได้จริงในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ใส่ได้แค่ไม่กี่นาทีก็รู้สึกเจ็บจนอยากถอดออก
เริ่มจากเลือกประเภทหมวกกันน็อคให้เหมาะกับการขี่
ก่อนเลือกไซซ์ ควรเริ่มจากการดูว่าเราใช้รถแบบไหน และขี่ในลักษณะใดเป็นหลัก เพราะหมวกกันน็อคแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน
ประเภทหมวกกันน็อคที่พบได้บ่อยมีดังนี้
Full Face เหมาะกับคนที่ต้องการการปกป้องรอบศีรษะและใบหน้า
Open Face เหมาะกับการใช้งานในเมืองและขี่ระยะสั้น
Modular เหมาะกับสายทัวร์ริ่งหรือคนที่ต้องการความยืดหยุ่น
Adventure Touring เหมาะกับคนที่ขี่หลายสภาพเส้นทาง ทั้งทัวร์ริ่งและวิบาก
ถ้าขี่บิ๊กไบค์ สปอร์ตไบค์ หรือเดินทางไกลบ่อย หมวก Full Face จะให้ความมั่นใจด้านการปกป้องมากกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่มีระบบระบายอากาศดี ชิลด์มุมมองกว้าง และรูปทรงที่ผ่านการออกแบบด้าน Aerodynamic
ส่วนคนที่ขี่ในเมืองเป็นหลัก อาจเลือกหมวก Open Face หรือ Modular ได้ตามความสะดวก แต่ยังควรดูเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ความกระชับ และคุณภาพของชิลด์หน้าเหมือนกัน
สรุปวิธีวัดไซซ์และลองสวมหมวกกันน็อคให้พอดี
ก่อนเลือกหมวกกันน็อค ควรรู้ไซซ์เริ่มต้นจากการวัดรอบศีรษะ แล้วลองสวมจริงเพื่อดูว่าหมวกกระชับกับรูปศีรษะหรือไม่ เพราะไซซ์ที่วัดได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
วัดรอบศีรษะให้ถูกตำแหน่ง
ใช้สายวัดพันรอบศีรษะบริเวณที่กว้างที่สุด โดยตำแหน่งสายวัดควรอยู่เหนือคิ้วประมาณ 1 นิ้ว หรือประมาณ 2.5 เซนติเมตร แล้ววัดวนรอบท้ายทอยให้ได้ระดับเดียวกัน
เทียบ Size Chart ของแต่ละแบรนด์
จดตัวเลขเป็นเซนติเมตร แล้วนำไปเทียบกับตารางไซซ์ของแบรนด์หมวกที่สนใจ เพราะแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่นอาจมีทรงภายในไม่เหมือนกัน
ถ้าอยู่ระหว่าง 2 ไซซ์ ให้ลองไซซ์เล็กก่อน
หมวกใหม่มักมีนวมที่ยังแน่นอยู่ เมื่อใช้งานไปสักระยะนวมจะยุบตัวเล็กน้อย หมวกที่หลวมตั้งแต่วันแรกมีโอกาสหลวมมากขึ้นเมื่อใช้งานจริง
ลองสวมแล้วต้องกระชับทั้งใบ
หมวกควรแน่นพอดีรอบศีรษะและแก้ม ไม่ใช่แน่นเฉพาะจุด หากขยับหมวกแล้วหนังศีรษะและแก้มขยับตาม ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
สังเกตอาการหลวมและกดเจ็บ
ถ้าหมวกหมุนหรือเลื่อนได้ง่าย อาจใหญ่เกินไป แต่ถ้าใส่แล้วปวดหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอยเร็วมาก อาจเป็นเพราะหมวกเล็กเกินไปหรือทรงไม่เข้ากับศีรษะ
อย่าเลือกจากไซซ์อย่างเดียว
การเลือกหมวกกันน็อคที่ดีควรดูทั้งรอบศีรษะ รูปทรงศีรษะ ฟิตติ้งภายใน และความรู้สึกตอนลองสวมจริง หากไม่มั่นใจ แนะนำให้ให้ทีมงานช่วยดูฟิตติ้งก่อนตัดสินใจ
จุดที่ควรตรวจสอบหลังสวมหมวก
หลังใส่หมวกแล้ว ไม่ควรตัดสินใจจากความรู้สึกแค่ไม่กี่วินาที ควรลองใส่สักพักและตรวจหลายตำแหน่ง เพราะบางปัญหาอาจเกิดขึ้นหลังใส่ไปแล้ว 5–10 นาที
จุดที่ควรตรวจสอบมีดังนี้
หน้าผากไม่ควรมีช่องว่างมากจนสอดนิ้วเข้าไปได้ง่าย
ขมับไม่ควรถูกกดจนเจ็บหรือชา
แก้มควรกระชับ ไม่หลวมจนหมวกขยับง่าย
ท้ายทอยควรรู้สึกแนบพอดี ไม่ลอยหรือมีช่องว่างมากเกินไป
ระดับสายตาควรอยู่ในตำแหน่งที่มองทางได้ชัด
ชิลด์ไม่ควรกดจมูกหรือรบกวนการมองเห็น
ถ้าหมวกฟิตดี เวลาขยับหมวกเบา ๆ ศีรษะควรขยับตามไปด้วย แต่ไม่ควรรู้สึกปวดหรืออึดอัดจนผิดปกติ
วิธีรัดสายคางให้ถูกต้อง
รัดสายคางทุกครั้งก่อนขับขี่
สายรัดควรแนบใต้คาง ไม่ห้อยหลวม
หลังรัดแล้วควรสอดนิ้วเข้าได้ประมาณ 1 นิ้วแบบพอดี ๆ
ลองอ้าปากเล็กน้อย ถ้าสายดึงหมวกให้แนบขึ้น ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม
ถ้าเป็นสาย Double D-Ring ควรร้อยสายให้ถูกวิธีและดึงให้แน่นทุกครั้ง
ไม่ควรใส่หมวกโดยไม่รัดสายคาง เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หมวกอาจหลุดออกจากศีรษะได้ แม้จะเลือกหมวกที่มีมาตรฐานสูงแค่ไหนก็ตาม
สัญญาณว่าหมวกกันน็อคอาจไม่พอดีกับศีรษะ
หมวกกันน็อคที่ไม่พอดี อาจส่งผลทั้งเรื่องความปลอดภัยและความสบายในการขี่ ลองสังเกตอาการเหล่านี้หลังสวมหมวกหรือหลังใช้งานไปสักพัก
สัญญาณว่าหมวกอาจใหญ่เกินไซซ์
- หมวกขยับเวลาเบรกหรือเร่ง
- หมุนซ้ายขวาได้ง่าย โดยที่ศีรษะไม่ขยับตาม
- มีเสียงลมเข้ามากกว่าปกติ
- ชิลด์หรือขอบหมวกไม่อยู่ในระดับสายตาที่ควรเป็น
- ใส่ไปสักพักแล้วรู้สึกว่าหมวกโยกบนศีรษะ
สัญญาณว่าหมวกอาจกดหรือทรงไม่เข้าศีรษะ
- ปวดหน้าผากเร็วมากหลังสวม
- เจ็บขมับหรือรู้สึกชาบางจุด
- ปวดบริเวณท้ายทอย
- ใส่ได้ไม่นานก็อยากถอดออก
- มีรอยกดชัดเจนหลังถอดหมวก
ถ้าเจออาการเหล่านี้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูฟิตติ้ง
บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากไซซ์อย่างเดียว แต่อาจมาจากทรงหมวกที่ไม่เข้ากับรูปศีรษะ หรือฟิตติ้งภายในที่ต้องปรับเพิ่ม เช่น เปลี่ยนนวมแก้ม ปรับ Cheek Pad หรือเลือกรุ่นที่เหมาะกับศีรษะมากกว่า
มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรดูเวลาเลือกหมวกกันน็อค
การเลือกหมวกกันน็อคควรดูมาตรฐานความปลอดภัยหมวกกันน็อคด้วยเสมอ เพราะมาตรฐานเหล่านี้ช่วยบอกว่าหมวกผ่านการทดสอบตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริง
มาตรฐานที่มักพบในหมวกกันน็อคมี เช่น
ECE 22.06 มาตรฐานยุโรปรุ่นใหม่ที่พบในหมวกหลายรุ่นปัจจุบัน
DOT มาตรฐานที่ใช้ในตลาดอเมริกา
FIM Homologation มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับหมวกสำหรับการแข่งขัน
มอก. มาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายในไทย
สำหรับการใช้งานในไทย ควรเลือกหมวกจากร้านที่ให้ข้อมูลมาตรฐานชัดเจน ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมีบริการหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ได้รับเป็นของแท้และพร้อมใช้งานจริง
เลือกหมวกกันน็อคกับ HACHI RIDER PROSHOP ดียังไง
ที่ HACHI RIDER PROSHOP เราไม่ได้แนะนำหมวกจากไซซ์หรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ดูจากสไตล์การขี่ ทรงศีรษะ ความรู้สึกตอนสวมจริง และความเหมาะสมของหมวกแต่ละรุ่นกับผู้ขี่
ลูกค้าสามารถเข้ามาลองหมวก เปรียบเทียบฟิตติ้งระหว่างแบรนด์ และให้ทีมงานช่วยดูรายละเอียดได้ ตั้งแต่ Full Face, Open Face, Modular, Adventure ไปจนถึงหมวกระดับ Racing จากแบรนด์พรีเมียม เช่น SHOEI, Arai, HJC, AGV, LS2, Nolan และแบรนด์อื่น ๆ ที่ทางร้านคัดมาให้เหมาะกับการใช้งานจริง
สรุป การเลือกหมวกกันน็อคที่ดีต้องเริ่มจากความพอดี
การเลือกหมวกกันน็อคที่เหมาะกับตัวเองควรดูทั้งประเภทหมวก ไซซ์ ทรงศีรษะ มาตรฐานความปลอดภัย และความรู้สึกตอนสวมจริง หมวกที่ดีควรกระชับ มั่นคง ไม่กดเจ็บเฉพาะจุด และต้องรัดสายคางให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนขับขี่
หมวกกันน็อคไม่มีใบไหนรับประกันการป้องกันได้ทุกสถานการณ์ สิ่งที่เราทำได้คือเลือกหมวกที่ได้มาตรฐาน ใส่ให้ถูกต้อง ขี่อย่างมีสติ และดูแลหมวกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
ถ้ากำลังมองหาหมวกกันน็อคสักใบ แล้วอยากให้เลือกได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น ให้ HACHI RIDER PROSHOP ช่วยดูแลได้ครับ เพราะหมวกที่ใช่ ไม่ได้จบแค่ใส่ได้ แต่ควรใส่แล้วมั่นใจทุกครั้งที่ออกเดินทาง

หมวกกันน็อคเต็มใบ
หมวกกันน็อคครึ่งใบ
หมวกกันน็อคยกคาง
หมวกกันน็อคทัวร์ริ่ง







