ประวัติ LS2 Helmets เบื้องหลังความสำเร็จและเหตุผลที่ไบค์เกอร์ทั่วโลกยอมรับ

ls2 helmet historys

หากพูดถึงแบรนด์หมวกกันน็อกที่มีอัตราการเติบโตน่าสนใจที่สุดในยุคนี้ ชื่อของ LS2 Helmets มักถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอ หลายคนเห็นความสำเร็จของแบรนด์ในปัจจุบัน อาจยังไม่รู้ว่ารากฐานของธุรกิจนี้เริ่มต้นขึ้นจากความพยายามของคนเพียงไม่กี่คนในพื้นที่เล็กๆ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มีเทคโนโลยีตอบโจทย์ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์ทั่วโลก 

ความเป็นมาประวัติแบรนด์ LS2 

ก่อร่างสร้างตัวในพื้นที่ 600 ตารางฟุต

ประวัติศาสตร์ของ LS2 เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1990 ต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน  โดย Mr. Arthur Liao ผู้ก่อตั้ง ลงทุนด้วยเงินประมาณ 350 ยูโร ประมาณ 13,000 บาท)เปิดธุรกิจผลิตหมวกกันน็อกในบ้านหลังเล็ก ช่วงนั้นเขามีกำลังจ้างพนักงานเพียงคนเดียวคือ Mr. Peng Zheng ทั้งคู่ร่วมกันผลิตหมวกกันน็อกใบแรกๆ ออกมาจากบ้านหลังนั้น

ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Arthur จึงขยายกิจการด้วยการเช่าโรงงานขนาด 4,000 ตารางฟุต พร้อมรับทีมงานเพิ่มอีก 100 คน โดยมี Mr. Stephan Liao (น้องชาย) เข้ามาช่วยบริหารจัดการ จนในปี 1994 พวกเขาสร้างชื่อเสียงผ่านเครื่องหมายการค้า “FENGXING” จนประสบความสำเร็จไปทั่วประเทศจีน

Arthur เริ่มยกระดับมาตรฐานการผลิตหมวกกันน็อก

Arthur มองไกลถึงตลาดโลกในปี 1997 ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น “MHR” พร้อมลงทุนมหาศาลในการปรับปรุงโรงงาน นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้

ความทุ่มเทเห็นผลชัดเจนในปี 2000 เมื่อได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO9000 สิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบคู่แข่งคือการคุมกระบวนการผลิตเองทั้งหมดภายใต้หลังคาเดียว (In-house) ตั้งแต่การฉีดพลาสติก งานวัสดุคอมโพสิต งานทำสี ไปจนถึงการทดสอบความปลอดภัย

กำเนิดแบรนด์ LS2 และการบุกตลาดยุโรป

เมื่อธุรกิจขยายตัว Arthur และ Paul (น้องชายอีกคน) ทุ่มงบสร้าง JIANGMEN PENGCHENG HELMETS (JPH) โรงงานระดับ State-of-the-art พื้นที่กว่า 330,000 ตารางฟุต

ผู้บริหารมองเห็นว่าการรับจ้างผลิต (OEM) เพียงอย่างเดียวไม่มีอนาคตที่ยั่งยืน จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นในชื่อ LS2 (ย่อมาจาก Liao’s System) ในปี 2007 พร้อมจัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และปรากฏตัวครั้งแรกในงาน EICMA ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ประกาศความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลกอย่างเต็มตัว

THE LS2 STORY

1990

จุดเริ่มต้นจากเวิร์กชอปเล็กๆ
Mr. Arthur Liao ลงทุนเพียง 350 ยูโร เริ่มผลิตหมวกกันน็อกในบ้านหลังเล็กกับพนักงานเพียง 1 คน (Mr. Peng Zheng ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำงานอยู่ด้วยกัน)

1992

ก้าวแรกแห่งการขยายตัว
ความต้องการพุ่งกระฉูด จึงต้องขยายโรงงานและจ้างพนักงานเพิ่มเป็น 100 คน โดยมี Stephan น้องชายของ Arthur เข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ

1994

ครองใจตลาดจีน
หมวกกันน็อกแบรนด์ "FENGXING" ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั่วประเทศจีน จนต้องขยายฐานการผลิตไปสู่โรงงานแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

1997

มุ่งสู่มาตรฐานระดับโลก
เปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น "MHR" เพื่อบุกตลาดอินเตอร์ พร้อมลงทุนอัปเกรดเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต จนได้รับการยอมรับในระดับสากล

1999

พลังแห่งครอบครัว
Paul น้องชายอีกคน เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ทำให้ MHR กลายเป็นธุรกิจครอบครัวที่แข็งแกร่งและพร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดด

2000

ควบคุมคุณภาพแบบ 100%
ได้รับมาตรฐาน ISO9000 และสามารถผลิตหมวกกันน็อกเองได้ครบวงจรแบบ In-house ตั้งแต่ฉีดพลาสติก ทำสี ไปจนถึงการทดสอบความปลอดภัย

2005

กำเนิดโรงงานระดับแนวหน้า
ทุ่มทุนสร้างโรงงาน JIANGMEN PENGCHENG HELMETS (JPH) สุดทันสมัย พร้อมพนักงานกว่า 1,000 คน ผลิตหมวกกันน็อกได้ถึง 2 ล้านใบต่อปี

2007

กำเนิดแบรนด์ LS2 ระดับโลก
เลิกพึ่งพาแค่การรับจ้างผลิต (OEM) และเปิดตัวแบรนด์ "LS2" (Liao's System) ไปทั่วโลก โดยตั้งสำนักงานใหญ่ที่บาร์เซโลนา สเปน และเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน EICMA ที่อิตาลี

2010

บุกเบิกตลาดอเมริกา
ขยายฐานทัพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดโกดังสินค้าขนาดใหญ่ในเมืองชิคาโก เพื่อเจาะตลาดกลุ่มไบค์เกอร์ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาอย่างเต็มตัว

Insight ลึกๆ ทำไม LS2 ถึงเป็นหมวกใบโปรดของคนใช้งานจริง?

เรื่องราวทางธุรกิจคือสิ่งที่สะท้อนความมั่นคง สิ่งที่ดึงดูดให้คนยอมจ่ายเงินซื้อหมวกกันน็อกแบรนด์นี้ คือการแก้ปัญหา (Pain Point) ให้กับคนขี่รถได้อย่างตรงจุด

1. เทคโนโลยีวัสดุที่ช่วยลดความล้าของช่วงคอ

คนขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกลรู้ดีว่าน้ำหนักหมวกมีผลโดยตรงกับอาการปวดคอ LS2 พัฒนาวัสดุเปลือกหมวกของตัวเองขึ้นมาเฉพาะ อย่าง Kinetic Polymer Alloy ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง ซับแรงกระแทกได้เยี่ยม และมีน้ำหนักเบา รวมถึงการนำ Carbon Fiber เกรดพรีเมียมมาทำหมวกรุ่นท็อป การใช้วัสดุระดับนี้ในเรตราคาที่จับต้องได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานได้ใส่หมวกเบาๆ สบายคอโดยไม่ต้องควักเงินหลักหลายหมื่น

2. มาตรฐานความปลอดภัยระดับสนามแข่งระดับโลก LS2

ลบภาพจำเก่าๆ ด้วยการทำหมวกรุ่นเรือธงอย่าง Thunder Carbon ให้ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสูงสุดอย่าง FIM Racing Homologation (รวมถึงอัปเดตล่าสุดอย่าง FRHPhe-02) คู่ขนานไปกับมาตรฐานยุโรป ECE 22.06 ซึ่งเป็นกติกาการทดสอบที่เข้มงวดที่สุดในปัจจุบัน การได้สวมหมวกสเปกเดียวกับที่นักแข่ง MotoGP ใช้ลงสนามจริง ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้งานบนท้องถนนได้อย่างเต็มเปี่ยม

3. โครงสร้างฟิตติ้งที่เข้าใจรูปศีรษะคนเอเชีย

ปัญหาคลาสสิกเวลาซื้อหมวกแบรนด์ตะวันตกคืออาการ “บีบขมับ” รูปทรงศีรษะคนไทยและเอเชียส่วนใหญ่จะมีความกลมมากกว่า ทาง LS2 ออกแบบโครงสร้างโฟม EPS ภายในให้รองรับรูปศีรษะแบบ Intermediate Oval สวมใส่เดินทางนานๆ แล้วไม่เกิดอาการกดทับจนปวดหัว ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนลองใส่แล้วตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

4. ทัศนวิสัยเคลียร์ชัดสำหรับการใช้งานทุกวัน

รายละเอียดเล็กๆ ที่คนขี่รถบ่อยให้ความสำคัญคือมุมมองของชิลด์หน้า LS2 ออกแบบให้มีมุมมองกว้าง (Wide Visor) วัสดุชิลด์ทำจากโพลีคาร์บอเนต 3D Class A ที่ให้ภาพคมชัด ไม่หลอกตา มีผลอย่างมากเวลาต้องขี่รถในช่วงกลางคืนหรือเจอแสงสะท้อน พร้อมกลไกปลดล็อกชิลด์ที่ใช้งานง่าย แน่นหนา ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องกังวล

การเลือกซื้อหมวกกันน็อกสักใบคือการลงทุนกับชีวิต เมื่อนำประวัติศาสตร์การผลิตที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มาผสมผสานกับสเปกที่จัดเต็มทั้งวัสดุและมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุด LS2 จึงกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาด

ls2 history 6

ใครกำลังส่องหมวกกันน็อค LS2 ไม่รู้ว่าเลือกรุ่นไหน

ทาง Hachi Rider Proshop ได้คัดสรรรุ่นยอดฮิตที่ลูกค้าสอบถามเข้ามามากที่สุด พร้อมเจาะลึกจุดเด่นให้เห็นภาพชัดเจนว่ารุ่นไหนเหมาะกับสไตล์การขี่ของคุณครับ

  • LS2 MX701 CARBON  หมวกสาย Adventure ตัวท็อปที่แก้ปัญหาเรื่องความเมื่อยล้าเวลาออกทริปยาวๆ ด้วยการใช้เปลือกหมวก Carbon Fiber แท้ ทำให้ได้น้ำหนักที่เบามาก ชิลด์หน้ากว้างมองเห็นชัดเจน มาพร้อมชิลด์กันแดดด้านใน (Sun Visor) สู้แดดเมืองไทยได้สบาย ใครที่ชอบขี่รถสไตล์ทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ รุ่นนี้ตอบโจทย์การเดินทางไกลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

  • LS2 MX702 PIONEER II  อัปเกรดความอเนกประสงค์ขึ้นไปอีกขั้น รุ่นนี้ใช้เปลือกหมวกวัสดุ KPA (Kinetic Polymer Alloy) ที่ยืดหยุ่นและซับแรงกระแทกได้ยอดเยี่ยม จุดเด่นที่ผู้ใช้งานจริงชื่นชอบคือช่องลมระบายอากาศที่ออกแบบมาให้ลมผ่านเข้าออกได้โล่ง ขี่ลุยทางฝุ่นหรือทางไกลในวันอากาศร้อนก็เอาอยู่ ร้าน HACHI มีลายกราฟิกให้เลือกจุใจถึง 7 แบบ แมทช์เข้ากับสีรถคู่ใจได้ง่ายดาย

  • LS2 FF901 CARBON  หมวกยกคาง (Modular) Flipback ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุด พลิกคางไปเก็บด้านหลังได้แนบสนิทโดยไม่ต้านลม วัสดุทำจาก Carbon Fiber ทั้งใบ ทำให้น้ำหนักเบากว่าหมวกยกคางทั่วไปในตลาด เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบขี่ทัวร์ริ่ง แวะพักดื่มน้ำ คุยกับเพื่อนร่วมทริป ถ่ายรูปเช็คอินได้สะดวกคล่องตัวโดยไม่ต้องถอดหมวกออกบ่อยๆ

การเลือกซื้อหมวกกันน็อกสักใบคือการลงทุนกับชีวิต เมื่อนำประวัติศาสตร์การผลิตที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ LS2 จึงกลายเป็นตัวเลือกที่มอบความคุ้มค่าและความปลอดภัยสูงสุดในยุคนี้ครับ แวะเข้ามาลองไซส์และสัมผัสของจริงได้ที่ Hachi Rider Proshop เลยครับ

LS2 HELMET
เลือกซื้อหมวกกันน็อค LS2 ได้ที่นี่