มอก. 369-2557 คืออะไร? เจาะลึกมาตรฐานหมวกกันน็อคไทยที่ควรรู้

มอก369 2557 มาตรฐานอุตสาหกรรม หมวกกันน็อค

เวลาเลือกหมวกกันน็อค หลายคนเริ่มจากราคา แบรนด์ ลวดลาย หรือรูปทรงที่ชอบ สิ่งหนึ่งที่ควรตรวจควบคู่กันคือ มาตรฐานความปลอดภัยของหมวก

สำหรับหมวกกันน็อคที่จำหน่ายในประเทศไทย เรามักพบคำว่า มอก. 369-2557 อยู่บนฉลากหรือสติกเกอร์ของสินค้า มาตรฐานนี้กำหนดข้อพื้นฐานสำหรับหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์

บทความนี้ HACHI RIDER PROSHOP สรุปให้เข้าใจง่ายว่า มอก. 369-2557 คืออะไร ตรวจสอบส่วนไหนของหมวก และก่อนซื้อเราควรสังเกตอะไรบ้าง

มอก. 369-2557 คือมาตรฐานอะไร

มอก. ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ส่วนหมายเลข 369-2557 คือเลขมาตรฐานสำหรับหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทย

มาตรฐานฉบับนี้ครอบคลุมหมวกสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยกำหนดให้หมวกมีโครงสร้างและสมรรถนะพื้นฐานที่เหมาะกับการป้องกันศีรษะจากแรงกระแทก

พูดให้เข้าใจง่ายคือ เครื่องหมาย มอก. ช่วยยืนยันว่าหมวกรุ่นนั้นได้รับการตรวจสอบตามข้อกำหนดของไทยในหัวข้อสำคัญ เช่น

  • การดูดซับแรงกระแทก
  • ความแข็งแรงของเปลือกหมวก
  • ระบบสายรัดคาง
  • การคงตำแหน่งบนศีรษะ
  • ขอบเขตการมองเห็น
  • คุณสมบัติของชิลด์หน้า
  • ฉลากและคำเตือนบนสินค้า

มอก. 369-2557 ครอบคลุมหมวกประเภทใดบ้าง

มาตรฐานนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะหมวกเต็มใบ โดยครอบคลุมหมวกกันน็อคหลายรูปแบบ ได้แก่

หมวกเต็มใบปิดหน้า

มีเปลือกหมวกครอบคลุมส่วนบนของศีรษะ ท้ายทอย และบริเวณคาง ให้พื้นที่ปกป้องมากกว่าหมวกแบบเปิดหน้า

ในหมวดนี้ยังมีการแบ่งส่วนคางเป็น

  • ชนิดป้องกันแรงกระแทกบริเวณคาง
  • ชนิดที่มีส่วนปิดคาง แต่ไม่ได้รับรองการป้องกันแรงกระแทกบริเวณคาง

จุดนี้สำคัญกับหมวก Modular หรือหมวกยกคาง เพราะการมีชิ้นส่วนปิดคางไม่ได้หมายความว่าส่วนคางของทุกรุ่นผ่านการทดสอบแบบเดียวกัน

หมวกเต็มใบเปิดหน้า

หลายคนเรียกว่า Open Face มีเปลือกครอบคลุมส่วนบนของศีรษะ ท้ายทอย และบริเวณหู โดยไม่มีส่วนป้องกันคางแบบหมวก Full Face

หมวกครึ่งใบ

ครอบคลุมพื้นที่ศีรษะน้อยกว่าสองแบบแรก เหมาะกับการใช้งานบางรูปแบบ ทว่าพื้นที่ใบหน้าและคางจะเปิดรับแรงกระแทกมากกว่า

เวลาตัดสินใจจึงควรดูทั้งมาตรฐานและพื้นที่ที่หมวกแต่ละประเภทปกป้อง ไม่ควรดูเฉพาะว่ามีตรา มอก. เหมือนกัน

 

ส่วนประกอบและข้อกำหนดหมวกกันน็อคที่ผ่าน มอก. 

 
เจาะลึกมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก 369 2557 หมวกกันน็อค

1. เปลือกหมวกและชั้นดูดซับแรงกระแทก

หมวกกันน็อคประกอบด้วยโครงสร้างสำคัญหลายชั้น

  • เปลือกหมวกด้านนอก ช่วยรักษารูปทรงและกระจายแรง
  • ชั้นรองในป้องกันหรือ EPS ช่วยดูดซับพลังงานจากแรงกระแทก
  • นวม ช่วยให้หมวกกันน็อคกระชับกับศีรษะ เพื่อความสบายในการสวมใส่

มาตรฐานจะตรวจว่าหมวกสามารถรับและจัดการแรงกระแทกได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงตรวจว่าโครงสร้างไม่เสียรูปง่ายเกินไป

สำหรับผู้ซื้อ สิ่งที่ควรสังเกตคือ

  • เปลือกหมวกไม่มีรอยร้าว
  • EPS ภายในไม่ยุบหรือแตก
  • นวมภายในอยู่ครบและติดตั้งแน่น
  • ไม่มีชิ้นส่วนแข็งหรือขอบคมยื่นเข้าหาศีรษะ

2. สายรัดคางและระบบล็อก

สายรัดคางมีหน้าที่ช่วยให้หมวกอยู่บนศีรษะเมื่อเกิดแรงกระแทก หมวกที่แข็งแรงมากก็อาจทำงานได้ไม่เต็มที่ หากสายรัดไม่ได้ล็อกหรือหมวกหลุดจากตำแหน่ง

มาตรฐานตรวจทั้งความแข็งแรงของสาย จุดยึด และระบบล็อก

ก่อนซื้อควรลองตรวจว่า

  • สายรัดไม่มีรอยฉีกหรือรุ่ย
  • ตัวล็อกใช้งานได้สมบูรณ์
  • ปรับความยาวได้พอดี
  • รัดแล้วหมวกไม่หลวมจนโยก
  • ปลายสายสามารถเก็บได้ ไม่สะบัดระหว่างขี่

ไม่ว่าจะเป็น Double D-Ring หรือ Grip Lock ผู้ขี่ต้องรัดสายคางทุกครั้งก่อนขับขี่

มอก. 369-2557 กำหนดว่า

  • สายรัดคางต้องอยู่ใต้ขากรรไกรของผู้สวมใส่
  • สายรัดต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 20 มิลลิเมตร
  • ต้องมีอุปกรณ์สำหรับปรับความกระชับ
  • จุดยึดของสายต้องติดตั้งกับหมวกอย่างมั่นคง
  • อุปกรณ์ปลดล็อกหรือแถบดึงที่กำหนดต้องมองเห็นได้ง่าย โดยใช้สีแดง
  • ระบบยึดเหนี่ยวต้องผ่านการทดสอบแรงดึงและการยืดตัว
  • หลังรับแรงแล้ว ระบบต้องยังสามารถปลดเพื่อถอดหมวกออกได้

3. ขอบเขตการมองเห็น

หมวกต้องไม่บดบังการมองเห็นมากเกินไป ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และแนวล่างของสายตา

เวลาลองสวม ควรสังเกตว่า

  • ขอบหมวกไม่บังสายตาด้านข้าง
  • มองกระจกซ้ายและขวาได้ตามปกติ
  • ก้มมองหน้าปัดรถได้
  • ชิลด์ไม่ทำให้ภาพบิดเบี้ยว
  • ช่องตามองอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับท่าขี่

หมวก Racing บางรุ่นออกแบบช่องตาชิลด์หน้าให้เหมาะกับท่าหมอบ เมื่อนำมาใช้กับรถที่นั่งตัวตรง ความรู้สึกในการมองอาจต่างจากหมวกกันน็อค Touring

4. ชิลด์หน้าหมวกกันน็อค

หากหมวกมาพร้อมชิลด์ มาตรฐานจะพิจารณาทั้งความใส คุณภาพพื้นผิว การมองเห็น และลักษณะเมื่อได้รับแรงกระแทก

ชิลด์ที่ดีควร

  • ไม่มีรอยขีดข่วนตรงแนวสายตา
  • ไม่มีฟองอากาศหรือรอยนูน
  • มองผ่านแล้วภาพไม่บิด
  • เปิดและปิดได้สมบูรณ์
  • ล็อกเข้ากับฐานชิลด์ได้แน่น

ชิลด์สีเข้มบางประเภทต้องมีข้อความระบุว่าเหมาะสำหรับใช้งานในเวลากลางวันเท่านั้น ก่อนเปลี่ยนชิลด์ควรตรวจว่าเป็นอะไหล่ตรงรุ่นและดูคำแนะนำจากผู้ผลิต

TIS 369 2557

มีตรา มอก. แล้ว หมวกกันน็อคทุกใบปลอดภัยเท่ากันมั้ย

หมวกที่มี มอก. หมายถึงผ่านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐานไทย ไม่ได้หมายความว่าหมวกทุกประเภทให้พื้นที่ปกป้องเท่ากัน

ตัวอย่างเช่น

  • หมวกเต็มใบมีส่วนป้องกันบริเวณใบหน้าและคางมากกว่า
  • หมวก Open Face เปิดบริเวณใบหน้า
  • หมวกครึ่งใบครอบคลุมพื้นที่ศีรษะน้อยกว่า
  • หมวกบางรุ่นมีมาตรฐานต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น ECE, JIS, Snell หรือ FIM

ตัวอย่าง ตรา มอก. ที่แสดงบนหมวกกันน็อค

example tis3692557 helmet 2
example tis3692557 helmet 3
example tis3692557 helmet 1

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. หมวกกันน็อค 

ดู มอก. บนหมวกกันน็อคก่อนซื้อควรตรวจอะไรบ้าง?

ตรวจให้ครบทั้งเลขมาตรฐาน ชื่อผู้ผลิต ไซส์ น้ำหนัก เดือนและปีผลิตหรือรหัสการผลิต รวมถึงคำเตือนบนสินค้า ข้อมูลบนหมวก

ดูแค่สติกเกอร์ มอก. บนหมวกเพียงพอหรือไม่?

ยังไม่เพียงพอ ควรตรวจข้อมูลของหมวกทั้งใบ ชื่อผู้นำเข้าหรือผู้ได้รับอนุญาต แหล่งที่มา และเงื่อนไขการรับประกันจากร้านด้วย

หมวกมี ECE 22.06 แล้ว ยังต้องดู มอก. ไหม?

ควรดูทั้งสองส่วน มอก. ใช้ยืนยันการรับรองตามข้อกำหนดในประเทศไทย ส่วน ECE หรือมาตรฐานต่างประเทศช่วยบอกสเปกเพิ่มเติมของหมวกรุ่นนั้น

หมวกลายเดียวกันจากต่างประเทศ มีสเปกเหมือนที่ขายในไทยหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน หมวกอาจมีสเปก ฉลาก หรือมาตรฐานต่างกันตามประเทศที่จัดจำหน่าย จึงควรตรวจหมวกใบจริงที่กำลังจะซื้อ

มอก. 369-2557 เป็นมาตรฐานพื้นฐานของไทยที่ช่วยตรวจสอบเรื่องสำคัญของหมวกกันน็อค เช่น การรับแรงกระแทก โครงสร้างเปลือก สายรัดคาง การมองเห็น ชิลด์ และข้อมูลบนฉลาก
ที่ HACHI RIDER PROSHOP เราช่วยแนะนำตั้งแต่ประเภทหมวก มาตรฐาน ไซส์ ไปจนถึงฟิตติ้งจริง เพื่อให้ได้หมวกที่กระชับ เหมาะกับรูปศีรษะ และตรงกับลักษณะการขี่ของแต่ละคน
RIGHT SIZE, RIDE SAFE.

RIGHT SIZE RIDE SAFE
BEST PERFORMANCE.