ประวัติ SHOEI – จากโรงแรมที่ชินบาชิสู่หมวกกันน็อคระดับ MotoGP

ประวัติที่มาหมวกกันน็อค shoei

เปิดประวัติ SHOEI – ทำไมถึงครองใจนักขี่ทั่วโลก?

ในโลกของหมวกกันน็อคพรีเมียม มีสองชื่อที่นักขี่มักพูดถึงควบคู่กันเสมอ นั่นคือ ARAI และ SHOEI ทั้งคู่เป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่ผลิตหมวกด้วยมือในประเทศญี่ปุ่นมาหลายทศวรรษ แต่ SHOEI มีเรื่องราวและจุดกำเนิดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ความพิเศษของ SHOEI ไม่ได้อยู่แค่ที่วัสดุคุณภาพสูงหรือดีไซน์ที่สวยงาม แต่คือ DNA ของแบรนด์ที่ฝังรากมาจากความบังเอิญที่แสนงดงาม ระหว่างเจ้าของโรงแรมหนุ่มกับนักแข่งมอเตอร์ไซค์จาก Honda Motor Co. — เรื่องราวที่เปลี่ยนโชคชะตาของครอบครัวคามาตะไปตลอดกาล

จุดกำเนิดของ SHOEI: จากโรงแรมเก่าแก่สู่โรงงานหมวกกันน็อค

ครอบครัวคามาตะ — ความเป็นมาก่อนจะเป็นแบรนด์ SHOEI

เรื่องราวของ SHOEI เริ่มต้นในย่านชินบาชิ กรุงโตเกียว ที่นั่นครอบครัวคามาตะเป็นเจ้าของสองกิจการ ได้แก่ ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เก่าแก่ชื่อ “เอโดกิน” (Edogin) และโรงแรมชื่อ “คามาตะ เรียวกัง” (Kamata Ryokan) โรงแรมแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานีชินบาชิ ทำให้เป็นจุดพักยอดนิยมของบรรดานักธุรกิจที่เดินทางเข้ากรุงโตเกียว

ในช่วงทศวรรษ 1950s บริษัท Honda Motor Co. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮามาดาสึ และผู้ก่อตั้ง โซอิชิโร่ ฮอนด้า (Soichiro Honda) พร้อมนักทดสอบชื่อ คิโยชิ คาวาชิมะ (Kiyoshi Kawashima) มักพักที่โรงแรมคามาตะ เรียวกัง เป็นประจำเวลามีธุรกิจในโตเกียว

ชายหนุ่มที่ตกหลุมรักหมวกกันน็อคสีสวย

เอทาโร่ คามาตะ (Eitaro Kamata) บุตรของครอบครัวคามาตะ ได้รู้จักกับ คิโยชิ คาวาชิมะ ผ่านโรงแรมของครอบครัว ทุกครั้งที่คาวาชิมะมาพัก เขามักขี่มอเตอร์ไซค์มาพร้อมกับ “หมวกกันน็อคสีสวยที่วาดลวดลาย” ซึ่งดูโดดเด่นและน่าสะดุดตาเป็นอย่างมาก

สิ่งนั้นจุดประกายให้เอทาโร่หลงใหล เขาตัดสินใจละทิ้งกิจการโรงแรมของครอบครัว และหันมาศึกษาการผลิตหมวกกันน็อคอย่างจริงจัง — นั่นคือจุดเริ่มต้นของ SHOEI

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: “Shoei” ออกเสียงว่า “โช-เอ” (Sho-Ey) ไม่ใช่ “ชู-อี” (Shoe-E) อย่างที่หลายคนเข้าใจ ชื่อนี้ไม่มีความหมายเป็นคำในภาษาญี่ปุ่น แต่เกิดจากการผสมตัวอักษรของยุคสมัยกับชื่อผู้ก่อตั้ง

Timeline ประวัติศาสตร์ของ SHOEI

History of SHOEI

1954

ก่อตั้ง Kamata Polyester Co. — บริษัทต้นกำเนิดที่ผลิตหมวกนิรภัยสำหรับงานก่อสร้างเป็นหลัก

17 มี.ค. 1959

เอทาโร่ คามาตะ ก่อตั้ง Shoei Kako Co., Ltd. ในโตเกียว เริ่มผลิตหมวกอเนกประสงค์

1960

โรงงานโตเกียวเริ่มผลิตหมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์ครั้งแรก ผ่านมาตรฐาน JIS

1962

SHOEI กลายเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ได้รับการรับรอง JIS อย่างเป็นทางการ

1963

เปิดตัว SR-1 — หมวกแข่งรุ่นแรกของ SHOEI ก้าวเข้าสู่ตลาดสปอร์ต

1965

Honda Motor Co. เลือก SHOEI เป็นหมวกกันน็อค “ของแท้” อย่างเป็นทางการ

1967

เปิดตัว SR-Z — หมวก Full-Face ใบแรกของ SHOEI ครอบคลุมทั้งใบหน้า

1968

ก่อตั้ง Shoei Safety Helmet Corporation ในสหรัฐอเมริกา (แคลิฟอร์เนีย)

1976

พัฒนา GR-Z หมวกไฟเบอร์คาร์บอนใบแรกของโลก น้ำหนักเบาและแข็งแรง

1983

เปิดตัว Z-100 พร้อมไวเซอร์แบบ Injection-Moulded และสปอยเลอร์ใต้คาง

1984

RF-102V และ TJ-201V — หมวกใบแรกที่มีระบบระบายอากาศภายใน

1987-1999

นักแข่ง SHOEI ครองแชมป์โลก 500cc ต่อเนื่อง (Wayne Gardner, Wayne Rainey ฯลฯ)

1989

เปิดโรงงาน Iwate แห่งใหม่ ขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการทั่วโลก

1990

X-8 — หมวกรุ่นแรกในโลกที่มีกลไกไวเซอร์แบบ Internal (Flush-Fit)

1993

X-8SP — นำเสนอซับใน EPS สองชั้นแบบ Dual-Density รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น

2003

X-Spirit (XR-1000) — ได้รับรางวัล MCN Product of the Year สาขาเครื่องแต่งกาย

2006

เปิดตัว Multitec Modular — หมวก Flip-Up คุณภาพสูงสำหรับขี่ท่องเที่ยว

2011

เปิดอุโมงค์ลมในโรงงาน Ibaraki — ผู้ผลิตรายแรกในโลกที่มีอุโมงค์ลมทดสอบเอง

2019

ก่อตั้ง Shoei Asia Co., Ltd. ในประเทศไทย ขยายสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2021

NXR2 — หมวกรุ่นแรกของ SHOEI ที่ผ่านมาตรฐาน ECE 22.06

2022

เปิดตัว X-SPR Pro — หมวกแข่งรุ่นใหม่สูงสุด เทคโนโลยีล่าสุดสำหรับ MotoGP

2024

เปิดตัว NEOTEC3 และ GT-Air3 — รุ่น Touring รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมเทคโนโลยีสูงสุด

เหตุผลที่ทำให้ SHOEI เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมหมวกกันน็อคหัวแถวของโลก

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ SHOEI โดดเด่นในวงการคือการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีตลอดประวัติศาสตร์หมวกกันน็อค

1. Carbon Fibre Shell รุ่นแรกของโลก (1976)

ในปี ค.ศ. 1976 ขณะที่ทั้งโลกยังผลิตหมวกจากไฟเบอร์กลาส SHOEI ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการพัฒนา GR-Z หมวกที่ใช้เปลือกคาร์บอนไฟเบอร์ผสม Kevlar เป็นใบแรกในโลก วัสดุนี้ให้ความแข็งแกร่งสูงกว่าเหล็กหลายเท่า แต่เบากว่าอย่างเหลือเชื่อ นับเป็นการปฏิวัติวงการหมวกกันน็อคครั้งใหญ่

2. Flush-Fit Internal Visor (1990)

ก่อนปี 1990 หมวกกันน็อคทุกใบในโลกมีฝาครอบนอกสำหรับยึดไวเซอร์ ทำให้ดูเทอะทะ SHOEI แก้ปัญหานี้ด้วย X-8 ซึ่งเป็นหมวกแรกในโลกที่ออกแบบกลไกไวเซอร์แบบฝังใน (Internal Visor Mechanism) ไม่ต้องมีฝาครอบด้านนอกอีกต่อไป ดีไซน์นี้กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา

3. Ventilation System ในหมวกกันน็อค (1984)

RF-102V และ TJ-201V คือหมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์คู่แรกในประวัติศาสตร์ที่มีช่องระบายอากาศภายในหมวก ก่อนหน้านั้นนักขี่ต้องทนกับความร้อนอบอ้าวในหมวก SHOEI เปลี่ยนสิ่งนั้นด้วยระบบ Dual Liner Ventilation ที่กลายมาเป็นมาตรฐานสากลในปัจจุบัน

4. Wind Tunnel ในโรงงาน (2011)

ในปี ค.ศ. 2011 SHOEI กลายเป็นบริษัทผลิตหมวกกันน็อครายแรกในโลกที่ติดตั้งอุโมงค์ลม (Wind Tunnel) ไว้ในโรงงานของตัวเอง ที่โรงงาน Ibaraki นักพัฒนาสามารถทดสอบอากาศพลศาสตร์ได้ตั้งแต่ตอนสร้างโมเดลดินน้ำมัน ไปจนถึงหมวกสำเร็จรูป ทำให้กระบวนการพัฒนาแม่นยำกว่าที่เคย

5. Dual-Density EPS Liner (1993)

X-8SP นำเสนอซับใน EPS สองชั้น (Dual-Density EPS Liner) ที่ออกแบบให้แต่ละโซนของหมวกมีความหนาแน่นต่างกัน บริเวณด้านบนจะหนาแน่นกว่าเพื่อรับแรงกระแทกสูง ส่วนบริเวณหน้าผากจะมีความหนาแน่นปานกลาง ระบบนี้ช่วยให้การดูดซับแรงกระแทกมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกพื้นที่

ทุกปี SHOEI ทำลายหมวกกันน็อคกว่า 4,000 ใบ เพื่อการทดสอบความปลอดภัย! หากหมวกในชุดผลิตเดียวกันล้มเหลวการทดสอบแม้แค่ใบเดียว ทั้งชุดจะถูกทำลายและผลิตใหม่ทั้งหมด

“Handmade in Japan” — เหตุผลที่หมวก SHOEI ราคาสูง

แม้ตลาดโลกจะเต็มไปด้วยหมวกกันน็อคจากโรงงานในจีน เวียดนาม และอินเดีย แต่ SHOEI ยืนหยัดผลิตหมวกทุกใบในโรงงานของตัวเองในญี่ปุ่นมาตลอด — และพวกเขาไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น

▶  หมวกทุกใบต้องผ่านมือพนักงานมากกว่า 50 คน ตลอดกระบวนการผลิต

▶  เปลือกหมวกทุกใบถูกตรวจสอบความหนาและน้ำหนักอย่างละเอียด

▶  พนักงานที่รับผิดชอบการผลิตเปลือกหมวกจะเซ็นชื่อกำกับทุกใบ คล้ายกับ Aston Martin ที่วิศวกรเซ็นเครื่องยนต์ทุกตัว

▶  ทุกปีมีหมวกกว่า 4,000 ใบถูกทำลายเพื่อการทดสอบความปลอดภัย

▶  มีพนักงานทั่วโลกไม่ถึง 800 คน — เป็นบริษัทเล็กที่ส่งผลใหญ่

“SHOEI ไม่เคยมีเป้าหมายที่จะแข่งขันในตลาดหมวกราคาประหยัด และด้วยมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดเช่นนี้ คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว — Motolegends.com

SHOEI บนเส้นทางแชมป์โลก

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 ที่ Honda Motor Co. เลือก SHOEI เป็นหมวกกันน็อคอย่างเป็นทางการ SHOEI ก็เดินทางมาพร้อมกับผู้ชนะเสมอมา

Marc Marquez SPA
Ducati Lenovo Team
Ducati
MotoGP
ปีแชมป์ที่ใส่หมวก SHOEI
1987Wayne Gardner — แชมป์โลก 500cc (Honda HRC)
1988Eddie Lawson — แชมป์โลก 500cc
1990-1992Wayne Rainey — แชมป์โลก 500cc 3 สมัยซ้อน
1999Alex Criville — แชมป์โลก 500cc (Honda HRC)
2013-2019Marc Márquez — แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย
ปัจจุบันMarc Márquez, Álex Márquez, Andrea Dovizioso และอื่น ๆ

นอกจาก MotoGP แล้ว SHOEI ยังสนับสนุนนักแข่ง Moto2 และ Moto3 อีกหลายคน ทำให้ปัจจุบัน SHOEI เป็นแบรนด์หมวกกันน็อคที่ได้ร่วมชัยชนะในแชมป์โลกมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในประวัติศาสตร์

SHOEI Asia ก่อตั้งในประเทศไทย?

ในปี ค.ศ. 2019 SHOEI ได้ก่อตั้ง Shoei Asia Co., Ltd. อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ทำให้นักขี่ชาวไทยสามารถเข้าถึงหมวกกันน็อค SHOEI ของแท้ได้ง่ายและมั่นใจในคุณภาพมากยิ่งขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า SHOEI มองตลาดอาเซียนเป็นตลาดสำคัญ

สำหรับนักขี่ในไทยที่กำลังมองหาหมวกกันน็อคพรีเมียม SHOEI เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างมาก เพราะนอกจากคุณภาพระดับ MotoGP แล้ว ยังมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศและบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้

ทำไมนักขี่ไทยควรเลือก SHOEI Helmet?

▶  ความปลอดภัยระดับ MotoGP: หมวกแบบเดียวกับที่ Marc Márquez ใช้แข่งในสนาม

▶  นวัตกรรม World First: Carbon Fiber, Ventilation, Flush Visor — SHOEI คิดก่อนเสมอ

▶  Wind Tunnel ในโรงงาน: ทดสอบทุกขั้นตอนในสภาพจริง

▶  Handmade 100%: ช่างมากกว่า 50 คน ประกอบหมวกทุกใบด้วยมือที่ญี่ปุ่น

▶  ECE 22.06 มาตรฐานใหม่ล่าสุด: ผ่านการทดสอบแรงกระแทกเฉียงซึ่งสะท้อนอุบัติเหตุในโลกความเป็นจริงมากขึ้น

▶  มีสาขาในไทย: Shoei Asia Co., Ltd. รองรับบริการในประเทศ

สนใจหมวกกันน็อค SHOEI?

เลือกดู หมวกกันน็อค SHOEI และอุปกรณ์ขี่มอเตอร์ไซค์พรีเมียมได้ที่ hachiriderproshop.com

Facebook: Hachi Rider Proshop

รูปภาพประกอบ: https://www.shoei-europe.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *